งานกลุ่ม ดร.สำเริง

ความมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน


ผู้วิจัย
นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
ศูนย์ขามสะแกแสง ห้อง 2  มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล


บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน ของครูสังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขามสะแกแสง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 
    ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีมนุษย์สัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง
(   =  3.25 ,  S.D = 0.27)  ชุมชนให้ความร่วมมือต่อโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลาง (   =  3.36 , 
S.D = 0.0.38)  สามารถพยากรณ์ระดับความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียนโดยใช้ระดับ
ความมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร ได้ถูกต้องร้อยละ 65.70  การทดสอบนัยสำคัญของตัวแบบ
พบว่าค่า sig เท่ากับ 0.00  ซึ่งต่ำกว่าระดับนัยสำคัญที่ 0.05 แสดงว่าตัวแบบนี้สามารถนำไปใช้พยากรณ์ได้  สมการพยากรณ์ คือ  y = -1.893+1.591x
คำสำคัญ : มนุษยสัมพันธ์, ความร่วมมือของชุมชน


ที่มาของปัญหาการวิจัย

ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเกิดมาย่อมต้องการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่เหล่า เพื่อการดำรงชีวิตร่วมกัน ทำมาหากิน ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ร่วมมือช่วยเหลือกันและกันในเรื่องต่าง ๆ จึงทำให้เกิดมีสังคมและองค์การขึ้นมา การช่วยเหลือร่วมมือร่วมใจกันดังกล่าวจะเป็นไปได้ด้วยดี ต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกัน  มนุษยสัมพันธ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานในองค์การ ซึ่งมนุษยสัมพันธ์เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คณะของบุคคลร่วมกันทำงานด้วยความเต็มใจจนประสบผลสำเร็จของงาน    ฉะนั้นผู้บริหารต้องรู้จักใช้มนุษยสัมพันธ์ในการบริหารงานด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ จริงจังกับงาน มีวิจารณญาณในการตัดสินใจ  ในการบริหารงานเพื่อให้เกิดความราบรื่น ลดความขัดแย้ง และมีประสิทธิภาพสูงได้นั้น การมีมนุษยสัมพันธ์ จึงมีความสำคัญต่อบุคคลทุกประเภท จำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจตนเองเป็นอย่างดี เพราะการรู้จักตนเองจะทำให้เราเข้าใจว่าตัวเรานั้นเป็นบุคคลเช่นไร ถ้าเรารู้จักตนเองจะทำให้เราประพฤติตนได้ถูกต้อง เหมาะสม ยอมรับความจริงในสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรา และเป็นแนวทางให้เราตอบรับและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้นด้วย นักบริหารที่ปรารถนาความสำเร็จในการบริหารจำเป็นต้องมีมนุษยสัมพันธ์(บุญช่วย ศิริเกษ, 2540 : 1)
             ปัจจุบันโรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรหนึ่ง  ที่บุคลากรมีการปฎิบัติภารกิจลักษณะงานหลัก 4 งานคือ งานวิชาการ  งานบุคลากร งานงบประมาณ  และงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานหลักดังกล่าวนี้คือลักษณะทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นทีมที่มีความหลากหลายของแต่ละบุคคล ต้องมีการพัฒนาการทำงานเป็นทีม การมีมนุษย์สัมพันธ์ของทีมงาน เพื่อทำให้ผลงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่ตั้งไว้ อันจะเป็นการส่งเสริม ประสิทธิภาพของบุคลากร  และสอดคล้องหรือสนองตอบกับสภาพความต้องการ การพัฒนาของโรงเรียนซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติงานในโรงเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น งานบริหารทั่วไปเป็นงานที่หนึ่งต้องประสานความร่วมมือกับชุมชน ในการที่จะดำเนินการบริหารงานด้านนี้ให้ประสบความสำเร็จ บรรลุตามวัตถุประสงค์ อย่างมีประสิทธิภาพ นั้น มนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารโรงเรียนเป็นปัจจัยความสำคัญ ที่ช่วยให้การดำเนินการไปด้วยความราบรื่น เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนควรสร้างมนุษยสัมพันธ์กับครู บุคลากรที่เกี่ยวข้อง และชุมชนโดยเฉพาะการทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนมากที่สุด   ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีมนุษยสัมพันธ์ อุทิศตนเพื่อชุมชน ซึ่งเมื่อชุมชนเห็นก็จะให้ความร่วมมือและพัฒนาโรงเรียนอย่างเต็มที่ รวมทั้งจะต้องทำให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียนด้วย และโรงเรียนจะต้องสานสัมพันธ์กับองค์กรหรือสมาคมศิษย์เก่า เพราะหน่วยงานนี้จะได้เป็นแหล่งทรัพยากรของโรงเรียน การให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนจะเป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรักและผูกพันกับชุมชนเกิดจิต สำนึกสาธารณะและมีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายด้วย  โรงเรียนจึงเป็นหน่วยงานสำคัญของการจัดการศึกษาในระดับพื้นฐาน  เพราะมีความใกล้ชิดกับผู้เรียนและชุมชนเป็นอย่างมาก  การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษานั้น เป็นวิธีการสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของชาติ   โรงเรียนที่มีประสิทธิผลนั้นผู้บริหารโรงเรียนจำเป็นต้องรู้จักหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน โรงเรียน ชุมชน เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่ามนุษยสัมพันธ์ช่วยให้เกิดประสิทธิผลในงาน  ลำพังแต่ความรู้ ความสามารถของคนนั้น จะประสบความสำเร็จในงานเพียงร้อยละ 20-30 แต่ถ้าหากภายในกลุ่มมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเกิดผลสำเร็จถึงร้อยละ 80-90 มนุษยสัมพันธ์ที่ใช้ในการบริหารโรงเรียนจึงมีความสำคัญสำหรับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากเป็นเครื่องมือในการบริหารงานช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดี เกิดความเข้าใจ ความไว้วางใจ ช่วยให้การปฏิบัติงานราบรื่น ประสานงานจนบรรลุเป้าหมายของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับเพื่อนร่วมงานเป็นสำคัญ เพราะผู้บริหารจะต้องทำงานร่วมกับครูการที่จะทำงานได้ผลสำเร็จได้นั้นมนุษยสัมพันธ์ก็มีส่วนสำคัญยิ่งเพราะผู้ร่วมงานบางคนก็มีความสามารถ มีความรู้สูง การที่ผู้บริหารจะใช้อำนาจในการบริหารคงจะประสบผลสำเร็จได้ยาก ถึงแม้ผู้บริหารจะมีความรู้มากเพียงใด แต่หากขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับครูแล้ว ก็เชื่อว่าการบริหารงานไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์การบริหารงานในโรงเรียนผู้บริหารจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องมนุษยสัมพันธ์และมีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์เป็นอย่างดี เพราะผู้บริหารต้องทำงานสัมพันธ์กับบุคคลหลายประเภท ในการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ผู้บริหารควรมีความสามารถในการบริหารงานทุกด้าน จึงจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีนักการศึกษาได้กล่าวเพื่อให้เห็นความสำคัญของการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ดังนี้
พระราชวรมุนี (2528 : 108 - 110) ได้กล่าวถึงหลักธรรมที่จะส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์ไว้ดังต่อไปนี้สังคหวัตถุ 4 ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา และพรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมที่ผู้บริหารหรือผู้ใหญ่พึงยึดถือและปฏิบัติเพื่อส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชาใน 4 ประการเมตตา  กรุณา มุทิตา อุเบกขา  
เอกชัย สุนทรโร (2534 : 20 - 24) ได้เสนอหลักการสร้างมนุษยสัมพันธ์ได้แก่ ยิ้มแย้มแจ่มใส   ใช้วาจาที่ไพเราะ การยกย่องชมเชยผู้อื่น  เป็นนักฟังที่ดี ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ 
   ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล (2538 : 136 – 137) กล่าวว่าการมีมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานมีดังนี้ให้ความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น  เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในกลุ่มอย่างแท้จริง  ทำความเข้าใจต่อบทบาทของกันและกัน อดทนต่อปฏิกิริยาต่อต้าน  เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานทุกคน  ต้องมีความมั่นใจ ใจกว้างและเปิดโอกาส ใช้วิธีการพูดที่มีประสิทธิภาพทั้งวาจาและกิริยาท่าทาง  ให้หลักการสื่อสารที่ดี ปรับตัวให้เข้าหาผู้อื่น
(สมพร สุทัศนีย์, 2542: 190) ผู้บริหารจะต้องมีคุณลักษณะส่วนตัวที่ดี รู้จักเข้าใจตนเองด้วยการศึกษาตนเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาเพื่อให้เข้าใจผู้อื่น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
           จากที่กล่าวมาข้างต้น ในการที่จะบริหารจัดการโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จ บรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ นั้น มนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารโรงเรียนเป็นปัจจัยความสำคัญ ที่ช่วยให้การดำเนินการด้านต่าง ๆ เป็นไปด้วยความราบรื่น เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ผู้วิจัยเห็นว่า การมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารมีความจำเป็น และสำคัญในการบริหารในด้านต่าง ๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสำคัญยิ่ง ควรศึกษาค้นคว้าเพื่อทราบแนวทางการปฏิบัติว่า ควรจะดำเนินการไปอย่างไร จึงจะทำให้ ผู้บริหารปฏิบัติงานและทำงานให้สำเร็จได้ด้วยดี จึงได้ศึกษาการมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชน ต่อโรงเรียนตามทัศนะของข้าราชการครู สังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขามสะแกแสง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา  เขต 5 เพื่อนำผลการวิจัยครั้งนี้ไปใช้เป็นแนวสำหรับการ
พัฒนาบทบาทการปฏิบัติงานของผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา  เขต 5 ให้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
                เพื่อศึกษาการมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชน ต่อ
โรงเรียน ของครูสังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขามสะแกแสง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 

วิธีการวิจัย
การทดสอบสมมุติฐานการวิจัย  มีวิธีดำเนินการ ดังนี้
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
                ประชากรกลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครู สังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานศึกษา                               ขามสะแกแสง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5                                  จำนวน 15 โรงเรียน  
กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครู สังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานศึกษาขามสะแกแสง                    สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5  จำนวนโรงเรียนละ 5 คน               รวมทั้งสิ้น 75 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย 
2. ตัวแปรในการวิจัย
                2.1 ตัวแปรต้น คือ การมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร
                2.2 ตัวแปรตาม คือ ระดับความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน








3. ผู้ให้ข้อมูลข้อมูลในการวิจัย
                ผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร ได้แก่ ครู สังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานศึกษาขามสะแกแสง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5  จำนวน 15  โรงเรียน ครูจำนวน 75 คน

4.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
   แบบสอบถาม
                แบบสอบถามสำหรับการวิจัยเรื่อง การมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อ ความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน ซึ่งคณะผู้วิจัยได้นำมาจากปริญญานิพนธ์ ระดับดุษฎีบัณฑิตของ ฤทธา  นันทพันธ์ ซึ่งทำวิจัยเรื่อง ตัวแปรที่ส่งผลต่อระดับและคุณภาพของการปฏิบัติตามนโยบายโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน โดยเลือกจากแบบสอบถามเกี่ยวกับการมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหาร ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า  5 ระดับ  จำนวน 10 ข้อ นำมาข้อสอบถามปรับปรุงให้สอดคล้องกับงานวิจัย จำนวน 12 ข้อ และ แบบสอบถามเกี่ยวกับระดับความร่วมของชุมชนต่อสถานศึกษา ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า  5 ระดับ  จำนวน 10 ข้อ นำข้อสอบถามมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับงานวิจัย ได้จำนวน 8 ข้อ และนำแบบสอบถามนี้ส่งไปให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม ที่อยู่ตามโรงเรียนต่างๆ จำนวน 15 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์  โรงเรียนบ้านหนองโบสถ์  โรงเรียนบ้านบุตะโก  โรงเรียนบ้านหนุก  โรงเรียนอนุบาลขามสะแกแสง โรงเรียนหนองกระทุ่มสระอโนดาต  โรงเรียนบ้านชีวึก  โรงเรียนบ้านโนนผักชี   โรงเรียนบ้านคูเมือง   โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน   โรงเรียนบ้านคู  โรงเรียนบ้านหนองจาน  โรงเรียนหนองไข่น้ำ   โรงเรียนขามสะแกแสง โรงเรียนบ้านหญ้าคาโนนแจง โรงเรียนละ 5 ฉบับ  รวมทั้งสิ้น 75 ฉบับ
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล
                ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง  จากแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย




6. การวิเคราะห์ข้อมูล
                    คำนวณหาค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)                       ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์(Correlation coefficient)  ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย (regression coefficient) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป  

ผลการวิจัย
                ผลการวิจัยเสนอไว้ในตาราง  ต่อไปนี้

โรงเรียน
ระดับความมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร (X)
ระดับความร่วมมือ
ของชุมชนต่อโรงเรียน (Y)
โรงเรียนบ้านหนองโพธิ์
3.22
3.60
โรงเรียนบ้านหนองโบสถ์
3.47
3.33
โรงเรียนบ้านบุตะโก
3.33
3.48
โรงเรียนบ้านหนุก
2.95
3.68
โรงเรียนอนุบาลขามสะแกแสง
3.02
3.45
โรงเรียนหนองกระทุ่มสระอโนดาต
2.92
2.38
โรงเรียนบ้านชีวึก
3.30
3.25
โรงเรียนบ้านโนนผักชี
3.42
3.65
โรงเรียนบ้านคูเมือง
3.03
2.93
โรงเรียนชุมชนหนองหัวฟาน
3.43
3.53
โรงเรียนบ้านคู
3.13
3.10
โรงเรียนบ้านหนองจาน
3.20
3.53
โรงเรียนชุมชนบ้านหนองไข่น้ำ 
3.03
3.00
โรงเรียนบ้านหญ้าคาโนนแจง
3.95
3.93
โรงเรียนขามสะแกแสง
3.42
3.54
3.25
3.36
S.D.
0.27
0.38




  


  
 จากตารางแปลความหมายได้ว่า (1) ผู้บริหารโรงเรียนมีมนุษย์สัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง
(   =  3.25 ,  S.D = 0.27)   (2) ชุมชนให้ความร่วมมือต่อโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลาง (   =  3.36 , 
S.D = 0.0.38)   (3) สามารถพยากรณ์ระดับความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียนโดยใช้ระดับ
ความมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร ได้ถูกต้องร้อยละ 65.70  (4) การทดสอบนัยสำคัญของตัวแบบ
พบว่าค่า sig เท่ากับ 0.00  ซึ่งต่ำกว่าระดับนัยสำคัญที่ 0.05 แสดงว่าตัวแบบนี้สามารถนำไปใช้พยากรณ์ได้  (5) สมการพยากรณ์ คือ  y = -1.893+1.591x






สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

                จากศึกษาการมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน
ของครู สังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานขามสะแกแสง  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5   ผลการวิจัยคือ  ผู้บริหารโรงเรียนมีมนุษย์สัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง  ซึ่งสอดคล้องกับงาน(บุญช่วย ศิริเกษ, 2540 : 1) คือ นักบริหารที่ปรารถนาความสำเร็จในการบริหารจำเป็นต้องมีมนุษยสัมพันธ์  เอกชัย สุนทรโร (2534 : 20 - 24) ได้เสนอหลักการสร้างมนุษยสัมพันธ์ได้แก่ ยิ้มแย้มแจ่มใส   ใช้วาจาที่ไพเราะ การยกย่องชมเชยผู้อื่น  เป็นนักฟังที่ดี ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ   ชุมชนให้ความร่วมมือต่อโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลาง  ซึ่งสอดคล้องกับงานของ  ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล (2538 : 136 – 137) กล่าวว่าการมีมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานมีดังนี้ให้ความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น  เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในกลุ่มอย่างแท้จริง  ทำความเข้าใจต่อบทบาทของกันและกัน อดทนต่อปฏิกิริยาต่อต้าน  เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานทุกคน  ต้องมีความมั่นใจ ใจกว้างและเปิดโอกาส ใช้วิธีการพูดที่มีประสิทธิภาพทั้งวาจาและกิริยาท่าทาง  ให้หลักการสื่อสารที่ดี ปรับตัวให้เข้าหาผู้อื่น  สามารถพยากรณ์ระดับความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียนโดยใช้ระดับความมีมนุษย์สัมพันธ์ของผู้บริหาร ได้ถูกต้องร้อยละ 65.70  ซึ่งสอดคล้องกับงานของสมพร สุทัศนีย์, 2542: 190) ผู้บริหารจะต้องมีคุณลักษณะส่วนตัวที่ดี รู้จักเข้าใจตนเองด้วยการศึกษาตนเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาเพื่อให้เข้าใจผู้อื่น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้   การทดสอบนัยสำคัญของตัวแบบ พบว่าค่า sig เท่ากับ 0.00  ซึ่งต่ำกว่าระดับนัยสำคัญที่ 0.05 แสดงว่าตัวแบบนี้สามารถนำไปใช้พยากรณ์ได้(5) สมการพยากรณ์ คือ  y = -1.893+1.591x
ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะผู้บริหารโรงเรียนควรสร้างแรงจูงใจแก่ครูและชุมชนเพื่อการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ บรรลุตามวัตถุประสงค์ อย่างมีประสิทธิภาพ








บรรณานุกรม

บุญช่วย ศิริเกษ. มนุษยสัมพันธ์ในการบริหาร. เลย : สถาบันราชภัฏเลย, 2540.
พระราชวรมุณี (ประยุทธ์ ปฺ ยุตโต). พจนานุกรมพุทธสาตร์ ฉบับประมวลธรรม.
         กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2528.
ริเรืองรอง รัตนวิไลสกุล. มนุษยสัมพันธ์สำหรับครู. กรุงเทพมหานคร : โอเอสพริ้นติ้งเฮ้าส์,
         2538.
สมพร สุทัศนีย์. มนุษยสัมพันธ์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542
เอกชัย สุนทรโร. หลักการศึกษาบริหารงานทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : อนงค์
        ศิลป์การพิมพ์, 2534.



















การมีมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความร่วมมือของชุมชนต่อโรงเรียน
ของครูสังกัดศูนย์พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาขามสะแกแสง                                                  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 






ผู้วิจัย



นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา









ศูนย์ขามสะแกแสง ห้อง 2 
มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล